การจัดวางโคมไฟถนนมี 3 รูปแบบหลัก คือ ข้างเดียว สลับฟันปลา และตรงข้าม แต่ละแบบเหมาะกับความกว้างถนนต่างกัน เลือกผิดรูปแบบแม้โคมจะดีแค่ไหนก็ยังมีจุดมืดสลับจุดสว่างเป็นช่วง ๆ อยู่ดี
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่านต่อ
- ถนนแคบกว่า 9 เมตร ใช้แบบ ข้างเดียว ได้ ประหยัดเสาที่สุด
- ถนนกว้าง 9–16 เมตร ควรใช้แบบ สลับฟันปลา เพราะแบบข้างเดียวเริ่มมีจุดมืดฝั่งตรงข้าม
- ถนนกว้างกว่า 16 เมตร หรือมีเกาะกลาง ให้ใช้แบบ ตรงข้าม เพื่อให้แสงคลุมทั้งสองฝั่งพร้อมกัน
- รูปแบบการจัดวางที่ถูกต้อง สำคัญพอ ๆ กับการเลือกโคม เพราะโคมดีแต่วางผิดผังก็ยังมีจุดมืดอยู่ดี
ทำไมรูปแบบการจัดวางถึงสำคัญพอ ๆ กับตัวโคม
หลายคนโฟกัสที่การเลือกวัตต์และลูเมนของ โคมไฟถนน แต่ลืมไปว่าแสงจากโคมแต่ละต้นไม่ได้กระจายเป็นวงกลมสมบูรณ์ แต่เป็นรูปวงรียาวไปตามแนวถนน เมื่อนำโคมหลายต้นมาเรียงกัน จุดที่แสงจากสองต้นซ้อนทับกันจะสว่างกว่าปกติ ส่วนจุดกึ่งกลางระหว่างเสาจะสว่างน้อยที่สุด
รูปแบบการจัดวางจึงเป็นตัวกำหนดว่าจุดสว่างน้อยที่สุดนั้นจะยังสว่างพอสำหรับผู้ใช้ถนนหรือไม่ ไม่ใช่กำลังไฟของโคมเพียงอย่างเดียว วิศวกรไฟถนนเรียกค่านี้ว่า Uniformity Ratio หรืออัตราส่วนความสม่ำเสมอของแสง ยิ่งค่าใกล้ 1 ยิ่งดี หมายถึงจุดมืดที่สุดกับจุดสว่างที่สุดต่างกันไม่มาก
3 รูปแบบการจัดวางโคมไฟถนน
แบบข้างเดียว (Single Side)
ติดตั้งเสาไฟเรียงเป็นแถวเดียวบนฝั่งใดฝั่งหนึ่งของถนนตลอดแนว เป็นรูปแบบที่ใช้เสาน้อยที่สุดและเดินสายไฟง่ายที่สุด
เหมาะกับ ถนนแคบไม่เกิน 9 เมตร ซอยในหมู่บ้าน หรือถนนที่มีสิ่งกีดขวางฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เช่น แนวต้นไม้หรือสายไฟฟ้าแรงสูง
ข้อจำกัด ถ้าถนนกว้างเกินไป ฝั่งตรงข้ามเสาจะมืดกว่าฝั่งที่ติดโคมอย่างเห็นได้ชัด
แบบสลับฟันปลา (Staggered)
ติดตั้งเสาไฟสลับฝั่งซ้าย-ขวาไปตามแนวถนน คล้ายฟันปลา ทำให้แสงจากทั้งสองฝั่งช่วยเติมเต็มพื้นที่ตรงกลางถนนซึ่งกันและกัน
เหมาะกับ ถนนกว้างปานกลาง 9–16 เมตร ถนนสายรองในเขตเทศบาล และถนนที่ต้องการความสว่างสม่ำเสมอทั้งสองฝั่งโดยไม่อยากเพิ่มจำนวนเสาเท่าแบบตรงข้าม
ข้อจำกัด ระยะห่างระหว่างเสาแต่ละต้นสั้นกว่าแบบข้างเดียวที่ความกว้างถนนเท่ากัน จึงใช้จำนวนเสามากกว่า
แบบตรงข้าม (Opposite / Facing)
ติดตั้งเสาไฟเป็นคู่ตรงข้ามกันทั้งสองฝั่งถนนในตำแหน่งเดียวกัน ให้แสงจากทั้งสองฝั่งซ้อนทับกันตรงกลาง
เหมาะกับ ถนนกว้างกว่า 16 เมตร ถนนที่มีเกาะกลาง หรือถนนสายหลักที่ต้องการความสว่างสูงและสม่ำเสมอที่สุด
ข้อจำกัด ใช้เสาและงบประมาณมากที่สุดในสามแบบ และต้องเดินสายไฟทั้งสองฝั่งถนน
เทียบทั้ง 3 รูปแบบ
| รูปแบบ | ความกว้างถนนที่เหมาะสม | จำนวนเสาต่อระยะทาง | ความสม่ำเสมอของแสง | งบประมาณ |
| ข้างเดียว | ไม่เกิน 9 เมตร | น้อยที่สุด | ดีเฉพาะถนนแคบ | ประหยัดที่สุด |
| สลับฟันปลา | 9–16 เมตร | ปานกลาง | ดี ครอบคลุมทั้งสองฝั่ง | ปานกลาง |
| ตรงข้าม | มากกว่า 16 เมตร หรือมีเกาะกลาง | มากที่สุด | ดีที่สุด | สูงที่สุด |
หลักจำง่าย ๆ ถนนยิ่งกว้าง ยิ่งต้องการโคมจากทั้งสองฝั่งมาช่วยกัน ถนนแคบใช้ฝั่งเดียวก็เพียงพอและประหยัดกว่า
Richest Supply มีจำหน่ายทั้งโคมไฟถนนและเสาไฟหลายรูปแบบ สามารถเลือกใช้งานให้เหมาะกับลักษณะถนน ความสูงติดตั้ง และรูปแบบการจัดวางโคมไฟได้
ระยะห่างระหว่างเสาควรเป็นเท่าไหร่
ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับความสูงเสาและมุมกระจายแสงของโคม ไม่มีตัวเลขตายตัวเดียวที่ใช้ได้ทุกกรณี แต่มีหลักคร่าว ๆ ที่ใช้อ้างอิงได้
| ความสูงเสา | ระยะห่างที่มักใช้ |
| 6–7 เมตร | ประมาณ 25–30 เมตร |
| 8–9 เมตร | ประมาณ 30–35 เมตร |
| 10–12 เมตร | ประมาณ 35–45 เมตร |
โดยทั่วไปหลักการเบื้องต้นคือระยะห่างระหว่างเสาไม่ควรเกิน 3–3.5 เท่าของความสูงเสา ถ้าห่างเกินไปจะเกิดจุดมืดกึ่งกลางระหว่างต้น ถ้าถี่เกินไปจะสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น ตัวเลขที่แม่นยำกว่านี้ควรคำนวณจากมุมกระจายแสงของโคมรุ่นที่เลือกใช้จริงร่วมด้วย
สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมนอกจากรูปแบบการจัดวาง
การเลือกรูปแบบที่ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อความสว่างโดยรวมของถนน
- มุมกระจายแสงของโคม โคมที่มีมุมกระจายกว้างช่วยลดจุดมืดระหว่างเสาได้ดีกว่าโคมมุมแคบ แม้ระยะห่างเสาเท่ากัน
- สิ่งกีดขวางแนวเสา ต้นไม้ ป้ายโฆษณา หรืออาคารที่บังแสง ทำให้จุดที่คำนวณไว้ว่าสว่างพอ กลายเป็นจุดมืดจริงในสนาม
- สีผิวถนน ผิวจราจรสีเข้มสะท้อนแสงน้อยกว่าผิวสีอ่อน ถนนที่เพิ่งราดยางใหม่จะดูมืดกว่าถนนคอนกรีตที่ความสว่างของโคมเท่ากัน
- ทางแยกและทางม้าลาย จุดเหล่านี้ควรได้รับความสว่างสูงกว่าช่วงถนนปกติ บางกรณีอาจต้องเสริมโคมเพิ่มเฉพาะจุดนอกเหนือจากผังหลัก
สรุป
จำหลักเดียวก็พอ: ถนนยิ่งกว้าง ยิ่งต้องการแสงจากสองฝั่งมาช่วยกัน ถนนแคบใช้แบบข้างเดียว ถนนกลางใช้สลับฟันปลา ถนนกว้างหรือมีเกาะกลางใช้แบบตรงข้าม การเลือก โคมไฟถนน ให้เหมาะกับรูปแบบถนนตั้งแต่ต้น จะประหยัดกว่าการแก้ไขทีหลังมาก
ส่งความกว้างถนน ความยาวเส้นทาง และงบประมาณคร่าว ๆ มาให้ทีมเทคนิคช่วยวางผังการจัดวาง เสาไฟ และแนะนำรุ่นโคมที่เหมาะกับหน้างานของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
1.ถนนกว้าง 12 เมตร ควรใช้รูปแบบไหน
ถนนกว้าง 12 เมตรอยู่ในช่วงที่เหมาะกับรูปแบบสลับฟันปลามากที่สุด เพราะแบบข้างเดียวจะเริ่มมีฝั่งตรงข้ามมืดกว่าฝั่งที่ติดโคมอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่แบบตรงข้ามอาจใช้เสามากเกินความจำเป็นสำหรับความกว้างระดับนี้
2.เปลี่ยนจากแบบข้างเดียวเป็นสลับฟันปลาทีหลังได้ไหม
ทำได้ แต่ต้องย้ายตำแหน่งเสาบางต้นและเดินสายไฟเพิ่มฝั่งตรงข้าม ทำให้มีค่าใช้จ่ายมากกว่าการวางแผนรูปแบบให้ถูกต้องตั้งแต่แรก จึงควรกำหนดรูปแบบการจัดวางก่อนเริ่มโครงการเสมอ
3.รูปแบบการติดตั้งโคมไฟถนนแบบไหนประหยัดที่สุด
แบบข้างเดียวประหยัดที่สุดเพราะใช้จำนวนเสาน้อยและเดินสายไฟฝั่งเดียว แต่ใช้ได้ดีเฉพาะถนนแคบเท่านั้น ถ้าฝืนใช้กับถนนกว้างเพื่อประหยัดงบ จะได้ถนนที่มีจุดมืดฝั่งตรงข้ามตลอดแนวแทน
4.ทำไมถนนกว้างเท่ากันแต่บางเส้นดูสว่างกว่า
นอกจากรูปแบบการจัดวางแล้ว ปัจจัยที่ต่างกันมักเป็นมุมกระจายแสงของโคมไฟถนนที่ใช้ สีผิวจราจร และสิ่งกีดขวางแนวเสาอย่างต้นไม้หรือป้ายที่บังแสงบางจุด ถนนสองเส้นที่ใช้โคมกำลังไฟเท่ากันจึงให้ความรู้สึกสว่างต่างกันได้
RICHEST SUPPLY ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์แสงสว่างคุณภาพ ได้มาตรฐาน พร้อมจำหน่ายโคมไฟถนน LED โคมไฮเบย์ สปอร์ตไลท์ หลอดไฟ LED ไฟโซล่าเซลล์ และเสาไฟสำหรับงานภายนอกและงานอุตสาหกรรม หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกสินค้า การคำนวณความสว่าง หรือขอใบเสนอราคา สามารถติดต่อทีมงานได้ที่
– LINE Official Account: @richestsupply
– Facebook: https://www.facebook.com/enrichled











