สายไฟ VAF ส่วนมากใช้สำหรับงานเดินสายในบ้าน แต่สายไฟมีหลาดขนาดมีให้เลือกตั้งแต่ 1.5 ไปจนถึง 10 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ขนาดสายไฟ VAF ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่วงจรนั้นต้องรับ ยิ่งอุปกรณ์ไฟฟ้ากินไฟมาก สายก็ต้องใหญ่ขึ้นตาม สายที่เล็กเกินไปจะร้อนจัดเวลาใช้งานหนัก ฉนวนเสื่อมเร็ว และเสี่ยงไฟไหม้ในระยะยาว
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่านต่อ
- เลือกขนาดสายไฟ VAF จาก โหลดไฟฟ้ารวมของวงจร ไม่ควรเลือก”ใหญ่ไว้ก่อนน่าจะปลอดภัยกว่า” เพราะสายใหญ่เกินจำเป็นก็สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
- วงจรไฟส่องสว่างทั่วไปมักใช้ VAF 1.5-2.5 ตร.มม. ส่วนวงจรปลั๊กที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟสูงมักต้องใช้ 2.5-4 ตร.มม. ขึ้นไป
- ขนาดสายกับขนาดเบรกเกอร์ต้องไปด้วยกันเสมอ เบรกเกอร์ใหญ่กว่าที่สายรับไหวคือความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ที่พบในงานติดตั้งจริง
- ตัวเลขพิกัดกระแสในตารางเป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ควรตรวจกับตารางมาตรฐานฉบับล่าสุดของ วสท. หรือให้ช่างไฟ/วิศวกรที่มีใบอนุญาตยืนยันอีกครั้งก่อนติดตั้งจริง
สายไฟ VAF ควรเลือกขนาดตามอะไร
การเลือกขนาดสายไฟ VAF ควรพิจารณาจาก ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้งาน (แอมป์) กำลังไฟรวมของอุปกรณ์ ระยะทางการเดินสาย และลักษณะการติดตั้งเพื่อให้ สายไฟสามารถรองรับโหลดได้อย่างปลอดภัยและไม่เกิดความร้อนสะสมมากเกินไป ก่อนเลือกขนาดสายไฟ ควรตรวจสอบก่อนว่าวงจรนั้นมีอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรต่อใช้งานอยู่บ้าง แล้วนำกำลังไฟของอุปกรณ์ทั้งหมดมารวมกัน จากนั้นคำนวณหาค่ากระแสไฟฟ้าเบื้องต้นด้วยสูตร: กระแสไฟฟ้า (A) = กำลังไฟฟ้า (W) ÷ แรงดันไฟฟ้า (V)
นอกจากนี้ ระยะทางการเดินสายก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากต้องเดินสายไฟเป็นระยะทางไกล อาจเกิดปัญหาแรงดันไฟฟ้าตก (Voltage Drop) ทำให้อุปกรณ์ปลายทางทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นงานที่มีระยะเดินสายยาวมักจำเป็นต้องเลือกสายไฟขนาดใหญ่ขึ้นกว่าค่าที่คำนวณจากกระแสเพียงอย่างเดียว
ตารางขนาดสายไฟ VAF และพิกัดกระแสโดยประมาณ
ตารางด้านล่างเป็นค่าอ้างอิงทั่วไปสำหรับสายไฟ VAF ทองแดง เดินลอยในอากาศที่อุณหภูมิแวดล้อมปกติ ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น เพราะพิกัดกระแสจริงจะเปลี่ยนไปตามวิธีติดตั้ง (เดินลอย เดินรวมกับสายอื่น หรือฝังผนัง) และอุณหภูมิแวดล้อม ควรตรวจสอบกับตารางมาตรฐาน วสท. ฉบับล่าสุดหรือให้วิศวกรไฟฟ้ายืนยันอีกครั้งก่อนใช้งานจริง
| ขนาดสาย (ตร.มม.) | พิกัดกระแสโดยประมาณ (แอมป์) | เหมาะกับงาน |
| 1.5 | ~15 | วงจรไฟส่องสว่างทั่วไป |
| 2.5 | ~20-25 | วงจรปลั๊กไฟทั่วไป, ไฟส่องสว่างรวม |
| 4 | ~25-32 | ปลั๊กที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟสูง เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น |
| 6 | ~32-41 | วงจรเครื่องปรับอากาศ, เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูง |
| 10 | ~44-57 | สายเมนย่อยของบ้านขนาดกลาง-ใหญ่ |
สายไฟ VAF 2.5 ตร.มม. ใช้กับวงจรแบบไหน
เบอร์ 2.5 ตร.มม. ถือเป็นเบอร์ยอดนิยมที่สุดในบ้านพักอาศัย เพราะรองรับกระแสได้พอเหมาะกับวงจรปลั๊กไฟทั่วไปที่มีการเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดสลับกันไป เช่น พัดลม ทีวี ตู้เย็นขนาดเล็ก หรือชาร์จเจอร์ต่าง ๆ
แต่ถ้าเป็นวงจรที่รู้อยู่แล้วว่าจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟสูงต่อประจำ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นหรือเครื่องปรับอากาศ ควรขยับไปใช้ขนาด 4 ตร.มม. ขึ้นไปตั้งแต่แรก เพราะถ้าใช้ 2.5 ตร.มม. กับโหลดที่เกินพิกัด แม้เบรกเกอร์จะยังไม่ตัด สายก็จะร้อนสะสมทุกครั้งที่ใช้งานต่อเนื่อง
เลือกสายไฟ VAF ให้เข้ากับขนาดเบรกเกอร์อย่างไร
จุดที่มักเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าเบรกเกอร์มีหน้าที่ป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่จริง ๆ แล้วหน้าที่หลักของเบรกเกอร์คือ ป้องกันสายไฟ ไม่ให้กระแสไหลเกินพิกัดที่สายรับไหว ดังนั้นขนาดเบรกเกอร์ต้องเลือกให้ “เท่ากับหรือน้อยกว่า” พิกัดกระแสของสายไฟเสมอ ไม่ใช่เลือกให้ใหญ่ตามความต้องการใช้ไฟ
ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ สายไฟ VAF 2.5 ตร.มม. ที่รับกระแสได้ประมาณ 20-25 แอมป์ ควรจับคู่กับเบรกเกอร์ขนาด 16-20 แอมป์ ไม่ใช่ 32 แอมป์ เพราะถ้าเกิดกระแสเกินจริง เบรกเกอร์ 32 แอมป์จะยังไม่ตัดไฟ ทั้งที่สายไฟกำลังร้อนเกินพิกัดไปแล้ว นี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้จากสายไฟในหลายกรณีที่ผ่านมา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกสายไฟ VAF ผิดขนาด
ในงานติดตั้งจริง ความผิดพลาดที่เจอบ่อยมีอยู่ไม่กี่แบบซ้ำ ๆ กัน
- ใช้สายเล็กเกินไปเพื่อประหยัดต้นทุน แล้วมาเพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าทีหลังโดยไม่เช็กโหลดใหม่
- จับคู่เบรกเกอร์ใหญ่เกินพิกัดสาย เพราะอยากให้ไฟไม่ตัดบ่อย ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุด
- มองข้ามระยะทางเดินสาย ใช้สายขนาดเดิมทั้งที่เดินไกลกว่าที่ออกแบบไว้แต่แรก
- เดินสายรวมกันหลายเส้นในท่อหรือรางเดียวกัน โดยไม่ลดพิกัดกระแสลงตามจำนวนสายที่เดินรวมกัน ทั้งที่ความร้อนจากสายข้างเคียงส่งผลถึงกันจริง
ทุกข้อนี้ไม่ได้ทำให้ไฟดับทันที แต่จะค่อย ๆ สะสมความเสี่ยงจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง
เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนจาก VAF ไปใช้สายไฟประเภทอื่น
สายไฟ VAF เหมาะกับงานเดินลอยหรือฝังผนังในบ้านทั่วไป แต่มีบางสถานการณ์ที่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดอีกต่อไป
ถ้าวงจรต้องการความปลอดภัยสูงขึ้น เช่น สายเมนหลักที่เข้าตู้ควบคุมไฟฟ้า หรือพื้นที่ที่ต้องร้อยท่อเพื่อป้องกันความเสียหายทางกล ควรเปลี่ยนไปใช้ THW แทน ส่วนถ้าจุดนั้นต้องต่อกับอุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนไหวหรือสั่นสะเทือน เช่น มอเตอร์หรือปั๊มน้ำ VCT จะเหมาะกว่ามาก เพราะทนการโค้งงอซ้ำ ๆ ได้ดีกว่า VAF หลายเท่า หากยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกประเภทไหนดี อ่านเปรียบเทียบเพิ่มเติมได้ในบทความ สายไฟบ้านมีกี่ประเภท? เปรียบเทียบ VAF, THW, VCT แบบเข้าใจง่าย
สรุป: เลือกขนาดให้พอดี ไม่ใช่แค่เลือกให้ผ่าน
การเลือกขนาด สายไฟ VAF ที่ถูกต้องไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แค่เริ่มจากรู้โหลดของวงจร เทียบกับพิกัดกระแส แล้วจับคู่กับเบรกเกอร์ให้สอดคล้องกัน ทำตามลำดับนี้ก็ลดความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยไปได้มากแล้ว ที่เหลือคือการยืนยันตัวเลขกับมาตรฐานล่าสุดหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนลงมือจริง
คำถามที่พบบ่อย
สายไฟ VAF 2.5 ตร.มม. รองรับกระแสได้กี่แอมป์?
โดยประมาณอยู่ที่ 20-25 แอมป์ในสภาพเดินลอยทั่วไป แต่ตัวเลขจริงอาจต่างไปตามวิธีติดตั้งและอุณหภูมิแวดล้อม ควรเทียบกับตารางมาตรฐานหรือให้ช่างไฟยืนยันอีกครั้งก่อนใช้งานกับโหลดที่ใกล้พิกัดสูงสุด
ใช้สายไฟ VAF ขนาดเล็กเกินไปเสี่ยงอะไร?
เสี่ยงสายร้อนสะสมเวลาใช้งานหนักต่อเนื่อง ฉนวนเสื่อมเร็วกว่าปกติ และถ้าปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่ไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้ได้
สายไฟกับเบรกเกอร์ 16Aควรใช้ขนาดเท่าไหร่?
สาย VAF ขนาด 2.5 ตร.มม. รองรับกระแสได้เกิน 16 แอมป์อยู่แล้ว จึงจับคู่กับเบรกเกอร์ 16A ได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าเปลี่ยนไปใช้เบรกเกอร์ที่มีพิกัดสูงกว่านี้ ควรขยับขนาดสายให้ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย
เดินสายไฟ VAF ระยะไกลต้องเพิ่มขนาดสายหรือไม่?
ถ้าระยะทางเดินสายไกลจนเกิดแรงดันตกที่สังเกตได้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าปลายทางทำงานไม่เต็มกำลัง ควรพิจารณาขยับไปใช้สายขนาดใหญ่ขึ้นแม้กระแสที่ใช้จริงจะยังไม่ถึงพิกัดของสายเดิมก็ตาม
RICHEST SUPPLY ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์แสงสว่างคุณภาพ ได้มาตรฐาน พร้อมจำหน่ายโคมไฟถนน LED โคมไฮเบย์ สปอร์ตไลท์ หลอดไฟ LED ไฟโซล่าเซลล์ และเสาไฟสำหรับงานภายนอกและงานอุตสาหกรรม หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกสินค้า การคำนวณความสว่าง หรือขอใบเสนอราคา สามารถติดต่อทีมงานได้ที่
– LINE Official Account: @richestsupply
– Facebook: https://www.facebook.com/enrichled


