โคมไฟถนน LED: 5 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด
หลายโครงการลงทุนโคมไฟถนน LED หลักล้านแต่สุดท้ายต้องรื้อ เพราะแสงแยงตา ใช้งบเกินจริง หรือสเปกไม่ตรงพื้นที่ ปัญหาไม่ใช่เทคโนโลยีแต่คือ “ความเข้าใจผิดเล็ก ๆ” ที่คนทำโครงการมองข้ามบทความนี้จะเปิด 5 จุดพลาดที่ทำให้งบบานปลายและทำให้ไฟถนนที่ควรเพิ่มความปลอดภัยกลายเป็นความเสี่ยงแทน
ทำไมการเลือกโคมไฟถนนไม่ใช่แค่เรื่องของความสว่าง?
ไฟถนนไม่ได้มีหน้าที่แค่ “ทำให้สว่าง” แต่มันต้องทำให้มองเห็นอย่างสบายตา และปลอดภัยจริง การเลือกโคมจากแค่ตัวเลขวัตต์ หรือค่าความสว่างสูงสุดคือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในงานภาคสนามเพราะแสงที่มากเกินไปไม่ได้แปลว่ามองเห็นดีขึ้นเสมอไป แสงจ้า (Glare) สามารถทำให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิ ลดประสิทธิภาพการมองเห็นตอนกลางคืนและเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว การเลือกโคมไฟถนนจึงต้องดูมากกว่าความสว่างต้องเข้าใจการกระจายแสง มุมตกกระทบ และระดับความสบายตา
5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับโคมไฟถนน LED
1. ยิ่งวัตต์ (Watt) สูง ยิ่งสว่าง
ความเข้าใจนี้อาจใช้ได้กับหลอดไส้ในอดีต แต่สำหรับโคมไฟถนนไม่สามารถใช้วัตต์เป็นตัวชี้วัดความสว่างได้โดยตรง
- วัตต์ (Watt) คือปริมาณพลังงานที่ใช้
- ลูเมน (Lumen) คือปริมาณแสงที่ปล่อยออกมา
- ประสิทธิภาพส่องสว่าง (Luminous Efficacy: lm/W) คือปริมาณแสงที่ได้ต่อการใช้พลังงาน 1 วัตต์
ตัวอย่างเช่น:
- โคมไฟถนน 100W คุณภาพทั่วไป อาจให้ 11,000 ลูเมน (110 lm/W)
- โคมไฟภนน 80W เกรดสูง อาจให้ 13,600 ลูเมน (170 lm/W)
แม้ใช้พลังงานน้อยกว่า แต่ให้แสงมากกว่า และลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว
ข้อสรุป: ควรพิจารณาค่า lm/W และค่าลูเมนรวม มากกว่าตัวเลขวัตต์เพียงอย่างเดียว
2. แสงสีขาว (Daylight) ชัดเจนกว่าแสงเหลือง (Warm White) เสมอ
หลายโครงการเลือกใช้อุณหภูมิสีสูง (เช่น 6000K–6500K) เพราะเชื่อว่าใกล้เคียงแสงกลางวันและให้ความสว่างชัดเจนกว่า
ความจริง: ในสภาพอากาศที่มีหมอกจัดหรือฝนตกหนัก การเลือกอุณหภูมิสีของ ไฟถนน LED มีผลอย่างมากต่อการมองเห็น โดยแสงโทนเหลือง (Warm White หรือ Neutral White) จะสามารถทะลุทะลวงผ่านละอองน้ำได้ดีกว่า ช่วยลดการสะท้อนและแสงฟุ้งกระจาย ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนกว่าแสงสีขาวจัด (Cool White) ซึ่งแม้จะดูสว่างกว่า แต่มีโอกาสทำให้เกิดอาการตาพร่าได้ง่ายในสภาพอากาศเช่นนี้
ข้อสรุป: การเลือกอุณหภูมิสีควรพิจารณาจากสภาพแวดล้อมและลักษณะการใช้งาน ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะ “ขาวกว่า”
3. โคมไฟถนน LED ไม่ต้องบำรุงรักษา
แม้ LED จะมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 50,000 ชั่วโมง (หรือมากกว่า) แต่ค่าอายุการใช้งานดังกล่าวมักอ้างอิงตามมาตรฐาน L70 ซึ่งหมายถึงระดับแสงลดลงเหลือ 70% ของค่าตั้งต้น
ในสภาพแวดล้อมภายนอก:
- ฝุ่นและคราบเขม่าสามารถลดความสว่างลง 20–30% ภายในไม่กี่ปี
- ชุดขับหลอด (Driver) มักเสื่อมสภาพก่อนตัวชิป LED
- การระบายความร้อนที่ไม่ดีทำให้เกิด Lumen Depreciation เร็วขึ้น
ข้อสรุป: ควรเลือกโคมไฟถนนมาตรฐานที่มีระบบระบายความร้อนดี ผ่านมาตรฐาน IP65/IP66 และมีแผนบำรุงรักษาตามรอบ
4. การกระจายแสงแบบใดก็ให้ผลเหมือนกัน
ปัญหา “สว่างใต้เสา แต่ระหว่างเสามืด” เกิดจากการเลือกการกระจายแสงไม่เหมาะสม โคมไฟถนนคุณภาพที่ออกแบบมาสำหรับงานถนนโดยเฉพาะจะใช้เลนส์ควบคุมทิศทางแสงตามมาตรฐาน เช่น Type II, Type III หรือ Type IV เพื่อให้แสงพุ่งไปตามแนวถนนและควบคุมค่าความสม่ำเสมอ (Uniformity)
หากเลือก Beam Angle ไม่เหมาะสม อาจทำให้:
- เกิดจุดอับสายตา
- เพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุ
- ต้องเพิ่มจำนวนเสาไฟโดยไม่จำเป็น
ข้อสรุป: การออกแบบแสงต้องพิจารณาระยะเสา ความกว้างถนน และค่าความส่องสว่างตาม
5. ราคาถูกที่สุด คือความคุ้มค่าที่สุด
การจัดซื้อที่เน้นราคาต่ำสุด อาจลดงบประมาณเริ่มต้นได้ แต่เพิ่มต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership – TCO)
โคมไฟราคาต่ำมักมี:
- ตัวถังระบายความร้อนไม่ดี
- Driver อายุสั้น
- การรับประกันไม่ชัดเจน
ผลที่ตามมา ได้แก่:
- ค่าเปลี่ยนอุปกรณ์
- ค่าแรงรถกระเช้า
- ค่าไฟฟ้าที่สูงกว่าจากประสิทธิภาพต่ำ
- ค่าเสียโอกาสจากพื้นที่แสงสว่างไม่เพียงพอ
ข้อสรุป: ควรพิจารณาต้นทุนตลอด 5–10 ปี ไม่ใช่เฉพาะราคาซื้อเริ่มต้น
มาตรฐานสำคัญที่โคมไฟถนนที่ดีต้องมี
เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้สินค้าคุณภาพ ควรพิจารณาจาก:
- มาตรฐานมอก. (TIS): สำหรับประเทศไทย นี่คือข้อกำหนดพื้นฐานด้านความปลอดภัย
- ค่าสีสม่ำเสมอ (CRI): ควรมีค่ามากกว่า 70 เพื่อให้มองเห็นสีของวัตถุบนถนนไม่ผิดเพี้ยน
- ระบบป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection): ควรทนได้ไม่ต่ำกว่า 10kV เพื่อป้องกันความเสียหายจากฟ้าผ่าหรือไฟตก
สรุป
โคมไฟถนน LED ไม่ได้มีปัญหาที่เทคโนโลยี แต่ปัญหาอยู่ที่วิธีตัดสินใจ หากยังเลือกจากแค่วัตต์ ความขาวของแสง หรือราคาต่ำสุด โดยไม่ดูการกระจายแสงและมาตรฐานความปลอดภัย ผลลัพธ์ก็มักไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง การเลือกที่ถูกต้องต้องคิดแบบองค์รวม ทั้งประสิทธิภาพแสง ความสบายตา ระบบป้องกัน และต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่มองแค่ตัวเลขหน้าใบเสนอราคา
เมื่อเปลี่ยนมุมมองจาก “สว่างที่สุด” เป็น “สว่างอย่างเหมาะสมและปลอดภัย” โคมไฟถนนจะกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และช่วยยกระดับความปลอดภัยของพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
เพราะแสงสว่างเป็นสิ่งสำคัญในทุกพื้นที่ของชีวิต RICHEST SUPPLY ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์แสงสว่างที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟถนน โคมไฮเบย์ สปอร์ตไลท์ หลอดไฟ LED โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ LINE Official Account: @richestsupply หรือ Facebook: https://www.facebook.com/enrichled

