การออกแบบแสงสว่างคืออะไร

การออกแบบแสงสว่างคืออะไร

แสงสว่างถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของคนเรา เพราะแสงว่างนั้นทำให้คนเราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ แต่ทว่าแสงสว่างนั้นก็ต้องมีความ  เหมาะสม หากมีความสว่างมากหรือน้อยจนเกินไป ก็จะทำให้การมองเห็นสิ่งต่างๆ นั้นลำบากยิ่งขึ้น อีกทั้งอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดตามมาอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่ที่ซึ่งมีการใช้งานที่แตกต่างกัน ย่อมต้องการสภาพแสงที่แตกต่างกันออกไป เช่น ในโรงภาพยนต์ ต้องการความสว่างที่น้อยกว่าบริเวณสนามฟุตซอล ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการออกแบบแสงสว่างเพื่อให้แต่ละพื้นที่นั้นมีแสงสว่างเหมาะสม ในขั้นตอนของการออกแบบการส่องสว่างจะต้องคำนึงถึงคุณภาพและปริมาณ เพื่อให้ได้สภาพแวดล้อมการส่องสว่างที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ โดยครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ภายในอาคาร และนอกอาคาร อย่างไรก็ตามพื้นที่พิเศษบางประเภท เช่น ห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล ห้องควบคุมการบิน และสนามกีฬา อาจต้องพิจารณาเกณฑ์คุณภาพแสงสว่างและข้อกำหนดเฉพาะของพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มเติม

การออกแบบแสงสว่าง เป็นการคิดคำนวน วางแผน เพื่อหาค่าความส่องสว่างที่เพียงพอ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน วิธีการออกแบบแสงเริ่มจากพิจารณาขนาดของส่วนต่างๆ ของพื้นที่ที่ต้องการออกแบบ โดยการคำนึงถึงผลการสะท้อนของพื้น ผนัง และเพดาน ซึ่งจัดเป็นการส่องสว่างแบบทางอ้อม เพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์การใช้ประโยชน์ ในขั้นตอนนี้โดยทั่วไปจะมีการออกแบบแสงสว่างมีสองวิธี คือ
1. วิธีการของ IES (Illumination Engineering Society) มาตรฐาน BS หมายถึง British Standards Exposure lndex ตัวเลขหมายถึง ค่าความส่องสว่าง ตัวหนังสือหมายถึง ตำแหน่งของความสว่าง (W = Working Plane , S = Switch , F = Floor ) เป็นวิธีที่มีขั้นตอนมากต้องมีความละเอียดและใช้เวลาพอสมควร
2. วิธีอัตราส่วนของห้อง ซึ่งเป็นวิธีที่เสนอโดย CIE International Commission on Illumination มีขั้นตอนลัดสั้นกว่าแบบแรก คือการคำนวณหาจำนวนโคมที่ต้องใช้ การกำหนดระยะห่างของโคมและการเขียนแผนผังการติดตั้งดวงโคม กำลังวัตต์ของหลอดที่ต้องการ วิธีนี้มีเป้าหมายในการใช้พลังงานให้คุ้มค่า โดยมีการกำหนดกำลังไฟฟ้าที่ใช้ไม่ให้เกินค่าที่กฎหมายกำหนด
**แต่ประเทศไทยนั้นยึดตามกฏกระทรวงซึ่งก็ไม่ต่างกันมากนัก โดยกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง 

จากที่กล่าวไปข้างต้นนั้น ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักเลือกซื้อหลอดไฟหรือดวงโคมจาก รูปลักษณ์ ดีไซน์ และความชอบส่วนตัว ทำให้อาจมองข้ามปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญไป การออกแบบแสงจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการเลือก หลอดไฟ และดวงโคมต่างๆ  มาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านคงคิดว่าดูยุ่งยากไป ชอบก็ซื้อแสงไม่พอก็ซื้อเพิ่ม ทำไมต้องออกแบบแสงให้ดูวุ่นวาย แต่ถ้าหากเป็นงานก่อสร้างที่ต้องให้หลอดไฟจำนวนมากๆ หลายสิบหลายร้อยหลอดละ? การที่เราไม่วางแผนให้ดีก่อนที่จะเริ่มการก่อสร้างคงจะไม่ดีแน่ แต่ทางเราช่วยท่านได้ เพราะเรามีบริการออกแบบแสงสว่างและทำแบบจำลอง 3D ให้ฟรี โดยทีมวิศวะกรที่ชำนาญการ พร้อมทั้งคำแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วย

ตัวอย่างห้องที่มีความสว่างน้อยเกินไป

ตัวอย่างห้องที่มีความสว่างเหมาะสม

 

สุดท้ายนี้หากผู้อ่านต้องการคำแนะนำ

หรือสนใจบริการรับออกแบบแสงของเรา

 สามารถติดต่อเราได้ที่ Line @Richledsupply
(มี @ ด้านหน้า)

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll Up